“ชา”ที่คนชื่นชอบกับจุดเริ่มต้น

"ชา"ที่คนชื่นชอบกับจุดเริ่มต้น

ในช่วงฤดูที่อากาศหนาวเย็นในประเทศญี่ปุ่น ถ้าได้ดื่มชาเขียวร้อนๆซักถ้วยก็น่าจะอบอุ่นไม่น้อย ไม่เฉพาะแต่ญี่ปุ่นที่นิยมดื่มชาเขียวเพียงแค่นั้น ประเทศอื่นๆทั่วทั้งโลกก็หันมานิยมดื่มชาเขียวกันจำนวนมากอีกด้วย ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกันการดื่มชาเขียว หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชาเขียวก็ได้รับการตอบรับที่ดีด้วยเหมือนกัน พูดได้ว่ามีผลิตภัณฑ์ต่างๆออกมาอย่างล้นหลามเลยทีเดียว ที่ประเทศจีนเค้าก็ดื่มชาเขียวกันเพราะว่าพิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาโรคได้ และที่ญี่ปุ่นนอกเหนือจากเป็นสมุนไพรรวมทั้งชงดื่มในชีวิตประจำแล้ว ชาวญี่ปุ่นเช้าใจกันว่า ชาเขียว เป็นอะไรได้มากกว่านั้น

ชาเขียวมีต้นกำเนิดมาจากเมืองจีนกว่า 4,000 ปีมาแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งเมื่อ 2,737 ปีกลายคริสต์ศักราช ชาได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดินามว่า เสินหนง ซึ่งเป็นบัณฑิตรวมทั้งนักสมุนไพร ผู้รักความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง ดื่มเฉพาะน้ำต้มสุกเพียงแค่นั้น วันหนึ่งช่วงเวลาที่เสินหนงกำลังพักอยู่ใต้ต้นชาในป่า รวมทั้งกำลังต้มน้ำอยู่นั้น ปรากฏว่าลมได้โบกกิ่งไม้ ส่งผลให้ใบชาหล่นลงในน้ำซึ่งใกล้เดือดพอดิบพอดี เมื่อเขาทดลองดื่มก็เกิดความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ชาเขียวถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆในตอนศตวรรษต่างๆดังต่อไปนี้

ช่วงศตวรรษที่ 3

ชาเป็นยา เป็นเครื่องชูกำลังยอดนิยมมากมายในช่วงศตวรรษที่3ราษฎรก็เริ่มหันมาปลูกชากันและพัฒนาแนวทางการผลิตมาเรื่อยๆ

ช่วงศตวรรษที่ 4 และ 5

ชาในประเทศจีนเป็นที่นิยมมากเพิ่มขึ้นรวมทั้งได้ผลิตชาในรูปของการอัดเป็นแผ่นเป็น การนำใบชามานึ่งก่อน แล้วหลังจากนั้นก็นำมา ทับ ในยุคนี้ได้นำน้ำชาถึงมามอบเป็นของขวัญแก่พระจักรพรรดิ

สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618 – 906)

นับว่าเป็นยุคทองของชา ชาไม่ได้ดื่ม เพื่อเป็นยาบำรุงกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ว่ามีการดื่มเป็นประจำทุกๆวัน เป็นการดื่มเพื่อสุขภาพ

สมัยราชวงศ์ซ้อง (ค.ศ. 960 – 1279)

ชาได้เพิ่มเครื่องเทศแบบใน สมัยราชวงศ์ถังแม้กระนั้นจะเพิ่มรสบางๆดังเช่น น้ำมันจากดอกมะลิ ดอกบัว รวมทั้งดอกเบญจมาศ

สมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644)

ชาที่ปลูกลงในจีนทั้งหมดเป็นชาเขียว สมัยนั้นขั้นตอนการผลิตชาได้พัฒนาขึ้นไปอีก ไม่อัดเป็นแผ่น แต่ว่ามี การรวบรวมใบชา เอามานึ่ง แล้วก็อบแห้ง ซึ่งจะเก็บได้ไม่ดีนัก สูญเสียกลิ่นได้ ง่าย และก็รสไม่ดี ในช่วงศตวรรษที่ 17 มีการค้าขายกับชาวตะวันตก การผลิตเพื่อจะรักษาประสิทธิภาพชาให้นานขึ้น โดยได้คิดค้นขั้นตอนที่ พวกเราเรียกว่า การหมัก เมื่อหมักรวมทั้งจะนำไปอบ ซึ่งก็เป็นสาเหตุของชาอูหลง แล้วก็ชาดำ ในประเทศจีน มีการแต่งกลิ่นด้วย โดยเฉพาะกลิ่นดอกไม้

"ชา"ที่คนชื่นชอบกับจุดเริ่มต้น

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับชานิดๆหน่อยๆชาเขียว ชาอูหลง แล้วก็ชาดำ ต่างกันเช่นไร ?

– ชาเขียว ภายหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วจะนำใบชามาอบไอน้ำด้วยอุณหภูมิสูงโดยทันที เพื่อทำให้ใบชาแห้ง ใบชาที่ได้จากการอบจะยังคงมีสีเขียวรวมทั้งคงคุณค่าสารอาหารได้ดีเยี่ยม เพราะฉะนี้ ชาเขียว ก็เลยได้รับความนิยมมากมายสำหรับในการดื่มเพื่อสุขภาพเพื่อช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็งแล้วก็ ล้างพิษภายในร่างกายได้อีกด้วย

– ชาอูหลง ภายหลังเก็บเกี่ยวจะนำใบชามาตากแดดจนกระทั่งเป็นสีน้ำตาล ทำให้ใบชาเกิดกรรมวิธีการหมักตัวทำให้มีรสชาติแล้วก็กลิ่นหอมสดชื่นเข้มข้น เป็นชาที่ไม่มีรสชาติและไม่มีน้ำตาล เหมาะกับคนที่ต้องการลดความอ้วน

– ชาดำ หลังเก็บเกี่ยวจะนำใบชามาไปบดด้วยลูกกลิ้งก่อน อบด้วยละอองน้ำหรือเป่าด้วยความร้อน และก็นำไปผึ่งแดดจนกระทั่งเป็นสีดำ เอามาบดหรือหั่นก็ได้ การดื่มชาดำยังช่วยลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคหัวใจได้ด้วย

สนับสนุนการจัดทำโดย เว็บพนันออนไลน์ w88ที่ดีที่สุดและมีเกมส์ให้เลือกสันมากมาย


Comments are Closed

© 2021: angkapatiranparty | Travel Theme by: D5 Creation | Powered by: WordPress